
ทำเลโซนเหนือของกรุงเทพฯ ตั้งแต่รังสิตต่อเนื่องถึงนวนครและบางปะอิน กำลังถูกจับตาในฐานะ “ทำเลทอง” แห่งใหม่ของการลงทุนด้านค้าปลีกและที่อยู่อาศัย หลังได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมแทบทุกโหมด ทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน รถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงต่อขยายจากรังสิตถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 6,064.96 ล้านบาท มี 4 สถานีใหม่ ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานีเชียงราก ซึ่งยังเป็นที่ตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแนวเส้นทางนี้ช่วยยกระดับศักยภาพพื้นที่ตลอดแนวพหลโยธินอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการต่อขยายโทลล์เวย์จากรังสิตถึงบางปะอิน ระยะทาง 22 กิโลเมตร วงเงินกว่า 31,358 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการภายในปี 2569 ส่งผลให้โซนรังสิต–คลองหลวงกลายเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางสู่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานอย่างครบวงจร
ปัจจัยเร่งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 หลังมีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลง–คลองหลวง–รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการปรับปรุงผังเมืองเดิมปี 2552 โดยมีสาระสำคัญคือ การปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินจากประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าในบางพื้นที่ มาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป
ไฮไลต์ของผังเมืองใหม่คือ ที่ดินแปลงหมายเลข 3.15 ซึ่งถูกปรับจากพื้นที่สีม่วงเป็นพื้นที่สีแดง ที่ดินผืนนี้มีขนาด 761 ไร่ เป็นของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งซื้อสะสมไว้จากไทยเมล่อนและบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM มาก่อนหน้านี้ โดยที่ผ่านมาได้ยื่นขอเปลี่ยนสีผังเมืองเพื่อพัฒนาโครงการพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย รองรับระบบคมนาคมที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดงซึ่งมีสถานีอยู่ด้านหลังพื้นที่ และโทลล์เวย์ส่วนต่อขยายที่มีจุดขึ้นลงอยู่ด้านหน้า
ก่อนหน้านี้ กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย ซึ่งหลังผังเมืองใหม่ปลดล็อกข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินแล้ว จึงต้องจับตาว่าการลงทุนจะถูกเร่งให้เร็วขึ้นหรือไม่
วสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด มองว่า การประกาศใช้ผังเมืองใหม่จะเป็นสัญญาณให้กลุ่มเซ็นทรัลเริ่มขยับการลงทุน เนื่องจากศักยภาพของพื้นที่มีความพร้อมสูง ทั้งทำเลติดถนนพหลโยธิน ระบบรถไฟฟ้า โทลล์เวย์ รถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์สายใหม่
สำหรับรูปแบบโครงการ คาดว่าจะเป็นพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ควบคู่กับที่อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับการปรับสีผังเมืองจากอุตสาหกรรมเป็นพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่น วสันต์มองว่า การปรับผังเมืองครั้งนี้สะท้อนทิศทางการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพฯ สู่โซนรังสิตอย่างชัดเจน ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมควรถูกขยับออกไปยังนวนครและบางกะดีมากกว่า
การมีโครงการขนาดใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัลเข้ามา จะยิ่งตอกย้ำบทบาทของรังสิตในฐานะฮับขนาดใหญ่ เนื่องจากเดิมพื้นที่นี้มีฐานประชากรหนาแน่นอยู่แล้ว ทั้งฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ตลาดขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดรังสิต ทำให้มีประชากรอาศัยอยู่หลายแสนคน ซึ่งอาจกลายเป็นฮับระดับภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าย่านเมกาบางนาและเซ็นทรัล เวสต์เกตในอนาคต
วสันต์ยังประเมินว่า การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยจะตามมาอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับราคาเข้าถึงได้ กลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นทั้งวัยทำงานและนักศึกษา รวมถึงนักลงทุนปล่อยเช่า ขณะที่ราคาที่ดินซึ่งปัจจุบันอยู่ราว 100,000 บาทต่อตารางวา มีแนวโน้มปรับขึ้นเป็น 200,000–300,000 บาทต่อตารางวาหลังผังเมืองใหม่มีผลบังคับใช้
ล่าสุด การเปิดตัวโครงการ “D:CRAFT คลองหลวง” ของบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้น บนพื้นที่ 115 ไร่ จำนวน 7,500 ยูนิต ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนเริ่มมองเห็นโอกาสการเติบโตของทำเลนี้อย่างจริงจัง
ในระยะยาว วสันต์มองว่า หากการขยายตัวของเมืองยังดำเนินต่อไป ภาครัฐอาจพิจารณาจัดตั้งศูนย์ราชการแห่งใหม่ในโซนเหนือ เพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น และบรรเทาความแออัดของศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
นอกจากที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแปลงที่น่าจับตา คือ ที่ดินขนาด 125 ไร่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งอยู่ติดแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง และเคยยื่นขอปรับสีผังเมืองเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนา คาดว่าในอนาคตอาจถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสเช่นกัน ซึ่งจะยิ่งเสริมบทบาทของรังสิต–คลองหลวงในฐานะฮับเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/property/news-1956539