บนเวทีสัมมนา KKP Year Ahead 2026 กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ส่งสัญญาณชัดว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ “ผ่านจุดต่ำสุด” ไปแล้วในปี 2568 ทว่าเส้นทางฟื้นตัวในปี 2569 ยังไม่ใช่การดีดกลับแบบแรงและเร็ว หากเป็นการค่อย ๆ ประคองตัว ท่ามกลางแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่
มุมมองดังกล่าวถูกถ่ายทอดโดย นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และ นางสาวนฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งประเมินตรงกันว่า ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคคัดกรองผู้เล่น” รายใหญ่ได้เปรียบ ขณะที่รายเล็กต้องระวังทุกก้าว
ผ่านจุดต่ำสุด แต่ยังไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว
นายไตรเตชะฉายภาพว่า ปี 2568 คือปีที่หนักที่สุดของผู้ประกอบการอสังหาฯ และแม้ปี 2569 จะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น แต่การฟื้นตัวยังไม่แรงพอให้ตลาดกลับมาคึกคัก เนื่องจากยังถูกกดดันจาก 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลัก ได้แก่
- []กำลังซื้อหลักหดตัว กลุ่มอายุ 26–45 ปี ซึ่งเป็น Real Demand สำคัญ มีทั้งจำนวนและกำลังซื้อที่ลดลง
[]พฤติกรรม “เช่าแทนซื้อ” คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น ลดการผูกพันระยะยาว - ดีมานด์ต่างชาติชะลอ วัฏจักรการซื้อจากต่างประเทศอยู่ในช่วงขาลง
กับดักสินเชื่อ ฉุดตลาดต่ำกว่า 3 ล้านบาท
อีกแรงกดดันสำคัญมาจากฝั่งสถาบันการเงิน ซึ่งใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้การแข่งขันแย่งลูกค้าคุณภาพสูงรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเผชิญอุปสรรคการขอสินเชื่อสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน
คอนโดฯ เข้าสู่ยุครายใหญ่กินรวบ
โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการรายย่อยทยอยลดบทบาท ขณะที่รายใหญ่ขึ้นมาครองเกม โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม
ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 ผู้ประกอบการ Top 5 มีสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่สูงถึง 53% ของทั้งตลาด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2567 ที่มีสัดส่วนเพียง 33% สะท้อนว่า “ขนาด เงินทุน และความทนทานทางการเงิน” กลายเป็นแต้มต่อสำคัญในรอบนี้
กลยุทธ์ปี 2569: เงินสดต้องนำ เลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับการรับมือปี 2569 นายไตรเตชะแนะนำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับ เสถียรภาพทางการเงิน เป็นอันดับแรก โดยควร
- []รักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูง (High Liquidity)
[]ควบคุมภาระหนี้ให้อยู่ในระดับต่ำ (Low Gearing)
ขณะเดียวกัน มีคำแนะนำให้ หลีกเลี่ยงการลงทุนในอาคารสำนักงาน (Office) ซึ่งยังเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด รวมถึง โรงแรมขนาดเล็กและที่ดินว่างเปล่า ที่ไม่สร้างกระแสเงินสด แถมยังต้องแบกรับภาระภาษีที่ดิน ในขณะที่แนวโน้มราคาประเมินยังไม่เอื้อให้มูลค่าสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นในระยะใกล้
สรุปภาพใหญ่
ปี 2569 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเครื่อง แต่คือปีแห่งการ “วัดความอึด” ผู้ประกอบการที่มีเงินสด วินัยทางการเงิน และเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ จะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบเมื่อรอบฟื้นตัวมาถึงอย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Prachachat Business