แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินหน้า WASTE TO WELL-BEING พลิกใบไม้ 218 ตัน สู่ดินปลูกคุณภาพ ลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม
โพสต์แล้ว: 11 ก.พ. 2026 15:18
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดกลยุทธ์ความยั่งยืนภายใต้แนวคิด “WASTE TO WELL-BEING” ด้วยการนำขยะใบไม้จากโครงการต่าง ๆ ทั่วประเทศมาแปรรูปเป็นดินปลูกคุณภาพสูง ลดปริมาณขยะฝังกลบ พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรที่เคยถูกมองข้าม
ท่ามกลางบริบทที่ขยะอินทรีย์มักถูกจัดการด้วยการฝังกลบ บริษัทเลือกปรับแนวคิดใหม่ เปลี่ยน “ของเสีย” ให้เป็น “สินทรัพย์สีเขียว” ผ่านระบบจัดการที่มีขั้นตอนชัดเจน เริ่มตั้งแต่การคัดแยก รวบรวม และเข้าสู่กระบวนการหมักอย่างได้มาตรฐาน
ภูมิใจ วรวนิชชากร ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร เนื่องจากสามารถลดปริมาณขยะใบไม้ที่ต้องนำไปฝังกลบได้ถึง 218 ตัน ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 173 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และผลลัพธ์ที่วัดได้จริง
สร้างคุณค่าใหม่จากปุ๋ยอินทรีย์และดินปลูก
ความร่วมมือระหว่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กับสวนไม้ภราดรภาพ ทำให้ขยะใบไม้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการหมักเป็นระยะเวลา 4–5 เดือน ก่อนนำมาผสมกับดินร่วน แกลบดำ และมะพร้าวสับ จนได้ดินปลูกคุณภาพสูงกว่า 55,000 ถุง ซึ่งถูกนำไปใช้งานจริงในพื้นที่สวนของหลายโครงการ
ผลลัพธ์ที่ได้มีทั้งมิติด้านต้นทุนและคุณภาพ ได้แก่
[h2]จากปริมาณมหาศาลสู่ระบบหมุนเวียนทรัพยากร[/h2]
ก่อนเริ่มโครงการ ในปี 2567 บริษัทมีขยะใบไม้และกิ่งไม้จากพื้นที่ส่วนกลางรวมถึง 4,440 ตันต่อปี ซึ่งต้องใช้พื้นที่ฝังกลบจำนวนมากและมีต้นทุนขนส่งสูง การนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
อรสา รอดบำเรอ ตัวแทนจากสวนไม้ภราดรภาพ ระบุว่าความสำเร็จของโครงการเกิดจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดแยกวัตถุดิบ การควบคุมอุณหภูมิระหว่างการหมัก ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพโดยห้องปฏิบัติการของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งรับรองว่าอยู่ในมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร
โครงการนำร่องที่เห็นผลชัดเจน
ในระยะเริ่มต้น ขยะใบไม้จาก 16 โครงการ ถูกนำมาผลิตเป็นดินปลูกและกระจายกลับไปใช้ในอีก 8 โครงการ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความชัดเจนในหลายด้าน ได้แก่
จากความสำเร็จในปีแรก บริษัทเตรียมขยายการใช้ดินปลูกจากโครงการ WASTE TO WELL-BEING ไปยังโครงการเปิดใหม่ รวมถึงโครงการในต่างจังหวัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนในวงกว้าง
โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการแปรรูปใบไม้ร่วงให้กลายเป็นดินปลูก แต่เป็นการปรับวิธีคิดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มองเห็นคุณค่าของการจัดการทรัพยากรอย่างมีระบบ และพิสูจน์ว่าความยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากกระบวนการเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันภายในองค์กร
ท่ามกลางบริบทที่ขยะอินทรีย์มักถูกจัดการด้วยการฝังกลบ บริษัทเลือกปรับแนวคิดใหม่ เปลี่ยน “ของเสีย” ให้เป็น “สินทรัพย์สีเขียว” ผ่านระบบจัดการที่มีขั้นตอนชัดเจน เริ่มตั้งแต่การคัดแยก รวบรวม และเข้าสู่กระบวนการหมักอย่างได้มาตรฐาน
ภูมิใจ วรวนิชชากร ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร เนื่องจากสามารถลดปริมาณขยะใบไม้ที่ต้องนำไปฝังกลบได้ถึง 218 ตัน ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 173 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และผลลัพธ์ที่วัดได้จริง
สร้างคุณค่าใหม่จากปุ๋ยอินทรีย์และดินปลูก
ความร่วมมือระหว่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กับสวนไม้ภราดรภาพ ทำให้ขยะใบไม้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการหมักเป็นระยะเวลา 4–5 เดือน ก่อนนำมาผสมกับดินร่วน แกลบดำ และมะพร้าวสับ จนได้ดินปลูกคุณภาพสูงกว่า 55,000 ถุง ซึ่งถูกนำไปใช้งานจริงในพื้นที่สวนของหลายโครงการ
ผลลัพธ์ที่ได้มีทั้งมิติด้านต้นทุนและคุณภาพ ได้แก่
- ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อดินจากภายนอก
- ลดความเสี่ยงจากดินปนเปื้อนสารเคมี
- เพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นไม้
[h2]จากปริมาณมหาศาลสู่ระบบหมุนเวียนทรัพยากร[/h2]
ก่อนเริ่มโครงการ ในปี 2567 บริษัทมีขยะใบไม้และกิ่งไม้จากพื้นที่ส่วนกลางรวมถึง 4,440 ตันต่อปี ซึ่งต้องใช้พื้นที่ฝังกลบจำนวนมากและมีต้นทุนขนส่งสูง การนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
อรสา รอดบำเรอ ตัวแทนจากสวนไม้ภราดรภาพ ระบุว่าความสำเร็จของโครงการเกิดจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดแยกวัตถุดิบ การควบคุมอุณหภูมิระหว่างการหมัก ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพโดยห้องปฏิบัติการของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งรับรองว่าอยู่ในมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร
โครงการนำร่องที่เห็นผลชัดเจน
ในระยะเริ่มต้น ขยะใบไม้จาก 16 โครงการ ถูกนำมาผลิตเป็นดินปลูกและกระจายกลับไปใช้ในอีก 8 โครงการ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความชัดเจนในหลายด้าน ได้แก่
- ลดต้นทุนการจัดหาดินปลูก
- ลดปริมาณขยะเข้าสู่ระบบกำจัด
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- เพิ่มคุณภาพพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ
- สร้างโอกาสทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว
จากความสำเร็จในปีแรก บริษัทเตรียมขยายการใช้ดินปลูกจากโครงการ WASTE TO WELL-BEING ไปยังโครงการเปิดใหม่ รวมถึงโครงการในต่างจังหวัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนในวงกว้าง
โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการแปรรูปใบไม้ร่วงให้กลายเป็นดินปลูก แต่เป็นการปรับวิธีคิดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มองเห็นคุณค่าของการจัดการทรัพยากรอย่างมีระบบ และพิสูจน์ว่าความยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากกระบวนการเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันภายในองค์กร